วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

"หลนปลาส้ม"


เครื่องจิ้มจากทางภาคอีสาน ที่นำปลาส้ม ซึ่งเป็นเนื้อทำจากปลาสวาย ทอดจนสุกหอมต้มกับกะทิและสมุนไพรต่างๆ จนได้รสชาติกลมกล่อมแล้ว เสิร์ฟพร้อมกับผักสดชนิดต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวสุดๆ ค่ะ

ส่วนผสม
  • ปลาส้มแกะเอาแต่เนื้อ 1 ถ้วยตวง
  • กะทิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าอ่อนซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ 20 เม็ด
  • หอมแดงซอยหยาบ 10 หัว
  • ผักชี 2 ช่อ
  • น้ำมันพืช
  • ผักสดตามใจชอบ


  • วิธีทำ
  • นำน้ำมันพืชใส่กระทะพอร้อน ใส่ปลาส้มลงทอดให้สุกหอม พักให้สะเด็ดน้ำมัน แกะเนื้อให้ได้ 1 ถ้วยตวง
  • ตั้งกะทิให้ร้อน ใส่ปลาส้มทอดคนให้เข้ากัน ใส่ตะไคร้ ข่า และน้ำปลา คนเร็วๆยกลงตักใส่ภาชนะ
  • ตกแต่งด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และผักชี จัดเสิร์ฟพร้อมผักสด
  • วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    “แกงคั่วหน่อไม้” เมนูอาหารไทยรสเข้มข้น


    “หน่อไม้” เป็นคำที่ใช้เรียกหน่ออ่อนของไผ่ที่รับประทานได้ ซึ่งแตกออกมาจากเหง้าใต้ดินค่ะ เป็นวัตถุดิบที่หาง่ายและราคาไม่แพงค่ะ ยิ่งนำมาทำแกงคั่วด้วยแล้ว ความหอมของเครื่องแกง ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ว่าแล้วก็หิวแล้วค่า มาเริ่มลงมือทำเมนู “แกงคั่วหน่อไม้” กันเลยจ้า



    ส่วนผสม
  • หน่อไม้สด 500 กรัม
  • เนื้อไก่ ตีนไก่ 500 กรัม
  • กะทิสด 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงคั่ว 100 กรัม
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
  • ใบโหระพา 1 ช้อนโต๊ะ

  • วิธีทำ
  • ตั้งกระทะโดยใช้ไฟกลางค่ะ พอกระทะเริ่มร้อนใส่กะทิลงไปเคี่ยวให้แตกมัน ตามด้วยพริกแกง จากนั้นผัดให้เข้ากันจนหอมเลยค่ะ
  • เมื่อพริกแกงหอมแล้ว ให้เติมหางกะทิที่เหลือลงไปค่ะ รอจนเดือด


  • เมื่อกะทิเดือดได้ที่แล้ว ใส่ไก่ลงไปเลยค่ะ ดูจนเนื้อไก่สุกดี ใส่หางกะทิเติมลงไปอีกค่ะ
  • เมื่อเนื้อไก่สุกแล้ว ให้ใส่หน่อไม้ลงไป แล้วเคี่ยวจนหน่อไม้สุก


  • เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้ว ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ แล้วคนให้เข้ากัน
  • ตามด้วยใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดงคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วปิดไฟได้เลยค่ะ
  • นำโหระพาใส่หลังสุดเลยค่ะ คนให้เข้ากันเป็นอันเรียบร้อยจ้า


  • นำแกงคั่วหน่อไม้ตักใส่ชาม ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้า เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ รับรองไม่ผิดหวังค่า
  • วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    "ปลาส้มทอด"


    "ปลาส้มทอด" อาหารไทยที่กินกันมาตั้งแต่โบราณโน่นแล้ว จับเอาปลาส้มที่ได้มาจากนำปลาชนิดต่างๆ ไปหมักกับข้าว กระเทียม และเกลือจนเปรี้ยว จากนั้นก็นำมาทอดให้กรอบ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ได้รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ ยั่วน้ำลายได้ดีสุดๆ ไปเลย สำหรับใครที่อดใจไม่ไหว อยากจะลงมือทำปลาส้มทอดกันแล้ว มาดูวิธีทำกันเลย

    ส่วนผสม
  • ปลาตะเพียน (น้ำหนักประมาณ 400 กรัม) 2 ตัว
  • กระเทียมไทยกลีบเล็กโขลกหยาบ 150 กรัม
  • ข้าวหอมมะลิหุงสุก 200 กรัม
  • เกลือป่นหยาบ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • หอมแดงเจียวสำหรับโรย 1 ถ้วยตวง
  • พริกขี้หนูแห้งทอดสำหรับโรย
  • มะนาวผ่าซีก
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

  • วิธีทำ
  • ขอดเกล็ดปลาตะเพียน ผ่าท้องควักไส้ดึงเหงือกปลาออกให้หมด
  • ผสมกระเทียม ข้าวหอมมะลิ และเกลือป่น เคล้าพอเข้ากัน จากนั้นนำปลาลงคลุกเคล้านวดเบา ๆ จนทั่วและเข้ากันดี แล้วยัดข้าวใส่ในท้องปลาจนเต็ม
  • ใส่ปลาลงในภาชนะปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 5 วันหรือจนปลามีกลิ่นเปรี้ยว
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำปลาส้มที่หมักจนได้ที่คลุกกับแป้งข้าวเจ้าพอทั่ว ใส่ลงทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  • จัดปลาส้มทอดใส่จาน โรยหอมแดงเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด วางเคียงด้วยมะนาว จัดเสิร์ฟ
  • วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    “ผัดเผ็ดปลาดุก”


    วันนี้ขอนำเสนอเมนู “ผัดเผ็ดปลาดุก” ค่ะ พอดีได้ปลาดุกมา ตัวกำลังดีเลยจ๊ะ นึกเมนูอยู่นานไม่รู้จะทำอะไรทาน แต่ด้วยความอยากทานอะไรที่รสชาติจัดจ้าน เลยออกมาเป็นเมนูผัดเผ็ดค่ะ ชอบความหอมของสมุนไพรไทย ที่ทำเมนูไหนก็ทานได้ไม่เบื่อเลยค่ะ เพื่อนๆ ตามมาดูวัตถุดิบกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรกันบ้าง

    ส่วนผสม
  • ปลาดุก 500 กรัม
  • พริกแดงจินดา 10 เม็ด
  • พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด
  • กระเทียม 7 กลีบ
  • ใบมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยอ่อน 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่าต้มสุก ½ ถ้วยตวง
  • ใบกะเพรา ตามต้องการ

  • วิธีทำ
  • นำพริกแดงจินดาและกระเทียมโขลกให้เข้ากัน ไม่ต้องละเอียดมากค่ะ พอหยาบ ๆ พอค่ะ เสร็จแล้วพักไว้ค่ะ
  • ตั้งกระทะไฟกลาง พอกระทะร้อนใส่น้ำมันลงไปค่ะ ตามด้วยพริกแดงจินดา และกระเทียมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะ แล้วผัดให้หอมเลยค่ะ
  • หลังจากนั้นใส่ปลาดุกที่เตรียมไว้ลงไปค่ะ ระหว่างนี้เติมน้ำเปล่าต้มสุกลงไปค่ะ เพื่อให้ปลาดุกสุกอย่างทั่วถึงกัน
  • หาฝาปิดกระทะ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าเนื้อปลาจะสุกค่ะ เมื่อเนื้อปลาสุกได้ที่แล้วใส่พริกไทยอ่อน กระชายซอย และใบมะกรูด ลงไปผัดให้เข้ากันเลยค่ะ
  • ปิดไฟได้เลยค่ะหลังจากนั้นผัดต่ออีกนิด เพื่อให้ใบกะเพราสลด ก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่า ชิมรสตามชอบ
  • นำผัดเผ็ดปลาดุกตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดง แค่นี้ก็จัดเสิร์ฟได้เลยจ้า
  • วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    ซี่โครงหมูอ่อนต้มแซ่บพริกแห้ง


    เมนูอาหารไทยรสเด็ดแซ่บ กับ ซี่โครงหมู ชิ้นขนาดพอดีคำ ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ต้มพร้อมกับพริกแห้งและเครื่องต้มแซ่บต่างๆ ปรุงรสจนได้ที่แล้วตักใส่ชามจัดเสิร์ฟได้เลย เพียงแค่ซดน้ำซุปคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความอร่อยถึงคำโตเลยทีเดียว
    ส่วนผสม
  • ซี่โครงหมูอ่อนหั่นชิ้น 350 กรัม
  • ตะไคร้หั่นแฉลบ 3 ต้น
  • ข่าหั่นแว่น 3 แว่น
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
  • พริกขี้หนูแห้งทอดโขลกพอแตก 10 เม็ด
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เห็ดฟางผ่าครึ่งดอก 5 ดอก
  • หอมแดงทุบพอแตก 3 หัว
  • มะเขือเทศสีดาเผา 3 ลูก
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
  • ผักชีฝรั่งซอย 1/4 ถ้วยตวง
  • เกลือป่นหยาบ

  • วิธีทำ
  • ใส่น้ำเปล่าและซี่โครงหมูอ่อนลงในหม้อ เติมเกลือป่น ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดช้อนฟองออกให้หมด เคี่ยวจนซี่โครงหมูนุ่ม
  • ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศสีดา พอเดือด ปรุงรสด้วย น้ำปลา ใส่เห็ดฟาง พอสุกยกลง
  • ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว ใส่พริกขี้หนูแห้ง ข้าวคั่ว ผักชีฝรั่ง คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
  • วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    “คอหมูสะดุ้งไฟ” เมนูหมูเด็ดพร้อมสูตรน้ำจิ้มแจ่ว


    เรารู้ว่าเพื่อนๆ หลายคนคงปฏิเสธความฟินเวลาทานคอหมูย่างไม่ลง แต่จะหาร้านที่รสชาติถูกลิ้นมันก็ยากเกินไป วันนี้เราขอเสนอ ด้วยการแจกสูตร “คอหมูสะดุ้งไฟ” พร้อมสูตรน้ำจิ้มแจ่ว แบบไม่มีกั๊ก อย่ารอช้าอ่านสูตรกันเลย
    ส่วนผสม
  • เนื้อสันคอ 500 กรัม
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด ตรามะลิ โปรเฟสชั่นแนล 1/4 ถ้วย
  • 3 เกลอ 1 ช้อนโต๊ะ (รากผักชี / กระเทียม / พริกไทย)
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกาดหอม / แตงกวา / มะเขือเทศ สำหรับทานคู่

  • ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 2 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา
  • ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง สำหรับโรยหน้า

  • วิธีทำ
  • นำคอหมูมาจิ้มด้วยส้อมให้ทั่ว ก่อนนำไปหมัก
  • เทพริกไทยเม็ด กระเทียม ผักชี เกลือ น้ำผึ้ง ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และ นมข้นจืด ตรามะลิ โปรเฟสชั่นแนล ลงไปในชามผสมแล้วนำคอหมูที่เตรียมไว้ลงไปหมัก เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
  • นำน้ำปลาใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พริกป่น และข้าวคั่ว คนให้เข้ากัน ปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบ จากนั้นโรยด้วยต้น ผักชี และผักชีฝรั่ง พักไว้เตรียมจัดเสิร์ฟ
  • นำคอหมู ที่หมักครบเวลาเรียบร้อยแล้วมาย่างบนกระทะ ด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อน จนหมูสุกทั่วทั้งชิ้น
  • นำคอหมูย่างที่สุกแล้วมาหั่นสไลซ์บางชิ้นพอดีคำ จัดใส่จานพร้อมตกแต่งด้วยผักกาดหอม แตงกวา และมะเขือเทศ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ เท่านี้ก็ได้ “คอหมูสะดุ้งไฟ”
  • วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    "แหนมซี่โครงหมูอีสาน"


    "แหนมซี่โครงหมู" ถือเป็นอีกหนึ่งกรรมวิธีในการแปรรูปอาหารอีสานให้ยืดระยะเวลาในการเก็บได้นานขึ้น นอกจากทานกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วก็สามารถ ทานเล่นได้เช่นเดียวกัน ทำง่าย ๆ แถมอร่อยลองทำแล้วทานดูค่ะ

    ส่วนผสม
  • ซี่โครงหมูส่วนใบพาย 500 กรัม
  • ผงทำแหนม 15 กรัม
  • เกลือแหนม (อยู่ในซองผงทำแหนม) 3/4 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา
  • กระเทียมโขลกหยาบ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

  • วิธีทำ
  • ล้างซี่โครงหมูให้สะอาด ซับให้แห้งสนิท หั่นชิ้นพอคำ นำเข้าแช่ตู้เย็นจนเย็นจัด
  • ใส่ผงทำแหนม เกลือแหนม น้ำตาลทราย และกระเทียมลงบนซี่โครงหมู ขยำจนส่วนผสมเข้ากันประมาณ 20 นาที
  • ตักแหนมซี่โครงหมูใส่ถุงพลาสติก รีดอากาศออกให้หมด มัดด้วยยางให้แน่น นำเข้าในตู้เย็น ช่องธรรมดา แช่ไว้ 2 วัน
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชใช้ไฟปานกลางพอร้อน ใส่แหนมซี่โครงหมูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ