วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563

ผัดไทยกุ้งสด - อาหารไทย 1 ใน 10 ควรทำให้เป็น !



เมนูอาหารไทยพ่อแม่ให้มาขนาดนี้ ต้องฝึกมือเข้าครัวลองทำไว้ให้เป็นสเน่ห์ปลายจวักติดตัวกันสักหน่อย ถือเป็นเมนูคู่ครัวคนไทย และโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย ติด 1 ใน 10 ของอาหารไทย ถูกปากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะผัดไทยมีรสชาติที่จัดจ้าน กลมกล่อม รสชาติโดดเด่น หวานนำเปรี้ยวตาม สำหรับใครที่กำลังมองหาสูตรผัดไทยอยู่ บอกเลยว่ามาถูกที่แล้วครับ เพราะสูตรที่จะแจกนี้ รับรองความอร่อยแน่นอน ใส่เครื่องกันแบบจุกๆ เคล็ดลับอยู่ที่รสชาติน้ำซอสผัด แถมยังทำไม่ยากอีกด้วย ไม่พูดพร่ำทำเพลง ถ้าพร้อมแล้วมาลงมือทำ “ผัดไทยกุ้งสด” กันเล้ยยยยย !


🍴 วัตถุดิบ : ส่วนที่ 1 ผัดไทยกุ้งสด 🍳
  • เส้นเล็กหรือเส้นจันท์แช่น้ำ 2 ถ้วย
  • กุ้งเล็กฝอยส้ม 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสด 3-4 ตัว
  • ถั่วงอก 1 ถ้วย
  • เต้าหู้เหลือง 1/3 ถ้วย
  • ไชโป๊สับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ใบกุยช่ายหั่น 1/3 ถ้วย และสำหรับเครื่องเคียง 2-3 ต้น
  • มะนาว ½ ลูก สำหรับเครื่องเคียง
  • ซอสผัดไทย 1/3 ถ้วย
  • ปลีกล้วยหรือผักเครื่องเคียง
  • น้ำมันสำหรับผัด

  • 🍴 วัตถุดิบ : ส่วนที่ 2 น้ำซอสผัดไทย 🍳
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

  • 🍴 วิธีทำ 🍳
  • 1 : ทำซอสผัดไทย + ผัดกุ้ง : นำน้ำมะขามเปียก น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลาผสมเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟระดับกลาง เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนนำกุ้งสดที่แกะเหลือแต่หางลงไปผัดในกระทะจนสุก พักทิ้งไว้
  • 2 : ผัดเครื่องปรุงต่างๆ เข้ากับซอส : นำเต้าหู้เหลืองลงไปผัดในกระทะ ผัดจนมีสี ใส่ถั่วงอก ¾ ถ้วยที่เตรียมไว้ลงผัด ที่เหลือเก็บไว้เป็นเครื่องเคียง เทน้ำซอสผัดไทยลงผัด ใส่เส้นตามลง
  • 3 : คลุกกับไข่ + จัดเสิร์ฟ : หลังจากผัดเส้นเข้ากับน้ำซอสแล้ว กองผัดไทยไว้ฝั่งนึงของกระทะ ตอกไข่ลงฝั่งที่ว่าง พอไข่เริ่มสุกขยี้เบาๆ ให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมที่เหลือได้แก่ กุ้งเล็กฝอย ไชโป๊ และใบกุยช่าย ผัดให้เข้ากัน นำกุ้งที่พักไว้กลับไปใส่ในจาน เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงและเครื่องปรุง
  • เพียงเท่านี้ เราก็ได้ “ผัดไทยกุ้งสด” ไว้ทานเองหรือทำอวดเพื่อนๆ แล้ว ใครอยากลองหาไอเดียใหม่ๆ ให้เมนูผัดไทย ลองทำเป็น สูตรเมนู ‘ผัดไทยทะเล’ หรือ ‘ผัดไทยห่อไข่’ ก็ได้ครับ สามารถพลิกแพลงได้ตามชอบเลยครับ :)

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : wongnai.com/recipes/thai-fried-noodles-with-shrimp

    วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

    ไก่ผัดตะไคร้ - อร่อยโดนใจ ความสุขเต็มคำ



    อีกหนึ่งเมนูแสนอร่อยที่บอกเลยว่าต้องลองทำสักครั้ง กับ “ไก่ผัดตะไคร้” เอาใจคนชอบกินไก่โดยเฉพาะ วัตถุดิบหาง่ายตามท้องตลาด รสชาติอร่อย เน้นเครื่องสมุนไพร วิธีทำก็ง่ายนิดเดียว มาลองทำกันเลยย ><


    🍴วัตถุดิบ🍳
  • สะโพกไก่ ½ กิโลกรัม
  • ตะไคร้ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนชา
  • พริกแดง 10 เม็ด
  • กระเทียมแกะ 6 เม็ด
  • กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด ตามชอบ
  • น้ำเปล่า เล็กน้อย

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • โขลกพริก กระเทียม กะปิ ตะไคร้ ให้เข้ากันจนละเอียดเข้ากัน
  • ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันเล็กน้อย นำพริกแกงที่โขลกลงผัดจนหอม ใส่ไก่ลงไปผัดจนสุก ปรุงรสน้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำตาล น้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดจนส่วนผสมเข้ากันดี ใส่ใบมะกรูดคลุกเคล้า
  • ตักใส่จานเสิร์ฟ กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ตักใส่จานเสิร์ฟ

  • แค่นี้ก็ได้เมนู “ไก่ผัดตะไคร้” แสนอร่อยทานแล้ว ลองทำทานกันดูครับ

    วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

    ขนมจีนน้ำยาปู อร่อย เนื้อแน่น โดนใจทุกคำ



    แนะนำเลยสำหรับใครที่ชอบทานเนื้อปูหรือขนมจีนน้ำยา กับสูตรเมนู ‘ขนมจีนน้ำยาปู’ แสนอร่อยที่เรามาแจกให้คุณลองทำกันแบบฟรีๆ ขอบอกเลยว่า ทำง่ายมาก แถมยังอร่อยโดนใจ เนื้อปูเต็มอิ่มแน่นอน ใครอยากลองทำดูสักครั้ง คลิกเลย !


    🍴ส่วนผสม : ส่วนที่ 1 พริกแกง🍳
  • พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • พริกเหลือง 5 เม็ด
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • ขมิ้น 20 กรัม
  • ตะไคร้ (ซอย) 1 ต้น
  • หอมแดง 7 หัว
  • ผิวมะกรูด 1 ลูก

  • 🍴ส่วนผสม : ส่วนที่ 2 พริกน้ำยาปู🍳
  • หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
  • เนื้อปู 400 กรัม
  • หางกะทิ 600 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด 4 ใบ

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1. ตำส่วนผสมของพริกแกงให้ละเอียด
  • 2. ละลายพริกแดงในหัวกะทิ
  • 3. ใส่เนื้อปูและปูม้า รอจนปูม้าสุก เติมหางกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา
  • 4. โรยใบมะกรูด ต้มต่อสักพักจากนั้นก็ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟกับขนมจีนและผักสดตามชอบ

  • แค่นี้ก็ได้เมนู “ขนมจีนน้ำยาปู” แสนอร่อยทานแล้ว ลองทำทานกันดูครับ

    วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    ปูผัดผงกะหรี่ เมนูดี แสนอร่อย



    เมนูปูผัดผงกะหรี่ตามร้านอาหารบางร้านก็แพงเสียเหลือเกิน แถมบางร้านรสชาติไม่ถูกปากเสียด้วย รู้สึกไม่คุ้มกับที่จ่ายไป วันนี้ เรามาแนะนำวิธีการทำเมนู “ปูผัดผงกะหรี่”แสนอร่อยให้ลองทำทานเองกัน แค่ซื้อปูม้าสดจากตลาดก็สามารถทำได้แล้ว ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยยยยย ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 3 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ปูม้า 700 กรัม
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 2/4 ถ้วย
  • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอม
  • คื่นช่าย
  • พริกชี้ฟ้าแดง

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • เตรียมเครื่องผงกะหรี่ในชามผสมก่อนโดยใส่ไข่ไก่ น้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาล ผงกะหรี่ นมข้นจืด น้ำพริกเผา และน้ำเปล่า ตีส่วนผสมให้เข้ากัน
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมทันพืชลงไปตามด้วยกระเทียมสับ ปูม้า ผัดจนปูม้าเริ่มเป็นสีส้ม ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม ผัดจนไข่ในน้ำปรุงสุกเป็นก้อนๆ
  • ตามด้วยคื่นช่าย ต้นหอม พริกชีฟ้าแดง ผัดให้พอเข้ากันอีกที เสร็จแล้วก็ใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

  • แค่นี้ก็ได้เมนู “ปูผัดผงกะหรี่” แสนอร่อยทานแล้ว ลองทำทานกันดูครับ

    วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    กุ้งแช่น้ำปลา - อร่อย ต้องลองสักครั้ง



    ถือเป็นเมนูคู่โต๊ะ สำหรับสายจิบเบา แฮงค์เอ้าท์ยามเย็น กับเมนู “กุ้งแช่น้ำปลา”แสนอร่อยที่พลาดไม่ได้ มันต้องมีบนโต๊ะ บอกเลยว่าเมนูนี้ทำง่าย ทำเองที่บ้านได้สบาย ขอแค่มีกุ้งแชบ๊วยสดๆ ก็สามารถทำได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเมนูนี้ทำอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำเมนู กุ้งแช่น้ำปลา กันนนนนนนนน ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • กุ้งแชบ๊วย 9-10 ตัว
  • กระเทียม 7-8 กลีบ
  • รากผักชี 4-5 ราก
  • พริกขี้หนูสวน ตามชอบ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/3 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/3 ช้อนชา (สำหรับแช่กุ้ง)
  • สะระแหน่
  • มะระหั่นแว่น
  • กะหล่ำซอย

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • นำกระเทียม พริกขี้หนูสวน รากผักชี น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และเกลือ มาปั้นรวมกันให้ละเอียด
  • เด็ดหัวกุ้งและผ่าหลังเอาขี้กุ้งออก ล้างให้สะอาด คลุกกับน้ำปลาเล็กน้อย
  • เตรียมจานรองโดยวางมะระหั่นแว่น ใบสะระแหน่ และกะหล่ำซอย จากนั้น วางกุ้งลงบนกะหล่ำแล้วราดด้วยน้ำยำ เพิ่มความสวยงามโดายการวางกระเทียมหั่นสไลด์ไว้บนตัวกุ้ง ราดน้ำยำทับลงไปอีกที

  • แค่นี้ก็ได้เมนู “กุ้งแช่น้ำปลา” แสนอร่อยทานแล้ว ลองทำทานกันดูครับ เพิ่มสีสันต์ในการรังสรรค์กับเพิ่มมากยิ่งขึ้น

    วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    ผักกาดขาวห่อหมูสับ - สูตร(ไม่)ลับ ทำกินเองง่าย อร่อย ดีต่อสุขภาพ


    เป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพ ทำทานเองที่บ้านได้ ง่ายนิดเดียว วัตถุดิบใช้ไม่กี่อย่าง ถือเป็นเมนูดีต่อสุขภาพ สารอาหารครบถ้วน อร่อย ไม่ทำให้อ้วน เพราะใช้วิธีการนึ่ง เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มสุกี้ หรือถ้าหากไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำจิ้มที่แต่ละคนชอบได้ วันนี้พัทธจะพาเข้าครัวทำ “ผักกาดขาวห่อหมูสับ” ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำกันเลยจ้า

    ส่วนผสม
  • ผักกาดขาว ตามชอบ
  • หมูสับ ตามชอบ
  • แป้งข้าวโพด
  • รากผักชี-กระเทียม โขลกละเอียด
  • ซอสปรุงรส หรือซีอิ้วขาว
  • น้ำตาล

  • วิธีทำ
  • แกะผักกาดขาวออกเป็นใบ ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้น นำผักกาดขาวไปลวกพอสลบ
  • นำวัตถุดิบ หมูสับ แป้งข้าวโพด รากผักชี กระเทียม ซอสปรุงรส น้ำตาล คลุกให้เข้ากัน
  • สำหรับผักกาด ให้ตัดส่วนก้านออก ใช้เฉพาะส่วนของใบ จากนั้น นำหมูที่ปรุงรสแล้ว เกลี่ยบางๆ ทั่วใบผักกาดและห่อเป็นชิ้น นำไปนึ่งประมาณ 5 - 10 นาที

  • เพียงเท่านี้ก็ได้เมนู 'ผักกาดขาวห่อหมูสับ' แสนอร่อย รับประทานพร้อมกับน้ำจิ้มสุกี้ได้เลย

    วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย



    เป็นเมนูแสนอร่อยอีกหนึ่งเมนู สำหรับ “ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย” รสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย กรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมพริกไทยมาก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง หรือข้าวสวยร้อนๆ หอมอร่อยเข้ากัน มาดูวิธีทำกันครับ

    🍴ส่วนผสม : สำหรับ 2 ท่าน🍳
  • ซี่โครงหมู 1 กิโลกรัม
  • กระเทียม 50 กรัม
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 2 ราก
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรสหมู 2 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด 1 ลิตร

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.เลือกซี่โครงหมู นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้
  • 2.เตรียมเครื่องปรุงรสต่างๆ ทำซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย ได้แก่ กระเทียม รากผักชี พริกไทยดำป่น ผงปรุงรสหมู น้ำตาลทราย น้ำมันหอย และซีอิ้วขาว
  • 3.โขลกกระเทียม และรากผักชี เข้ากันให้ละเอียด
  • 4.คลุกเคล้าซี่โครงหมู กระเทียมกับรากผักชีโขลก เข้ากับเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ จากนั้นหมักทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง
  • 5.กระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน นำซี่โครงหมูหมักที่เตรียม ใส่ลงไปทอด
  • 6.ทอดซี่โครงหมูให้สุกหอม สีเหลืองสวยงาม วางลงบนกระดาษซับมัน เพื่อซับน้ำมันออก

  • “ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย” รสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย กรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมพริกไทยมาก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง หรือข้าวสวยร้อนๆ หอมอร่อยเข้ากัน อย่าลืมลองทำทานกันดูนะครับ

    วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

    ยำไข่ดาวหมูยอ



    คำพูดที่ว่า “2562 พ.ศ. แห่งยำ” ไม่ได้มาเล่นๆ จริงๆ ครับ ทุกวันนี้ร้านยำเปิดเยอะมาก ผุดเหมือนดอกเห็ดกันเลยทีเดียว มีอยู่ทุกหนแห่ง บางร้านรสชาติทั่วๆ ไป คนไม่นิยม ยอดขายไม่ดี ทำให้ต้องปิดร้านไป ส่วนบางร้านรสชาติโดนใจ ทำอร่อย ลูกค้าแน่นร้าน เติบโตยอดขายทะลุทะลวง เหตุผลนี้เองทำให้ราคายำในปัจจุบันสูงมาก บางร้านราคาแพงจนต้องถอย สู้ราคาไม่ไหวกันเลยทีเดียว วันนี้จึงมาแนะนำสูตรยำให้ทุกคนได้ลองทำทานกัน อาจจะอร่อยไม่สู้ร้านดัง แต่มั่นใจว่าโดนใจแน่นอน เมนูยำวันนี้คือ “ยำไข่ดาวหมูยอ” ครับ ไข่ดาวสุกพอดี เข้ากับหมูยอมาก มาลองทำกัน ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • หมูยออุบล 2 แท่ง
  • พริกขี้หนู 10 เม็ด
  • กระเทียม 2-3 กลีบ
  • ต้นขึ้นช่าย 1 ต้น
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • น้ำตาลทราย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • นั้ามันพืช 1 ถ้วย
  • มะนาว 2 ผล

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.เตรียมวัตถุดิบ หั่นหมูยอและผัก
  • 2.ทอดไข่ดาว ในน้ำมันรำข้าวให้สุกทีละด้าน
  • 3.ทอดไข่ดาวเสร็จแล้วเอาหมูยอลงทอดต่อ โดยไม่ต้องใส่น้ำมันเพิ่ม
  • 4.ปรุงน้ำยำ - ตำพริก กระเทียม น้ำปลา มะนาว น้ำต้มสุกประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใครชอบหวานสามารถใส่น้ำตาลเพิ่มได้ตามใจชอบได้ จากนั้นใส่หอมหัวใหญ่ หมูยอ ขึ้นช่ายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน (เคล็ดลับ: อาจจะใช้น้ำกระเทียมดองแทนกลีบกระเทียมก็ได้นะคะ โดยการใช้น้ำกระเทียมดองประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)
  • 5.หั่นไข่ดาว นำยำหมูยอลงไปราด แค่นี้ก็พร้อมเสริฟแล้วครับ (เคล็ดลับ: เราไม่เอาไข่ดาวลงไปยำพร้อมหมูยอ เพราะว่าเดี๋ยวพาดาวจะไม่กรอบ)

  • ลองดูนะครับสำหรับใครที่อยากทำยำทานเอง อร่อยโดนใจแน่นอนครับ

    วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

    “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” เมนูรสแซ่บ เครื่องแน่นจุใจ


    ► ใครที่กำลังมองหาเมนูแซ่บๆ รสชาติโดนๆ แต่ไม่อยากเสียตังค์ไปทานที่ร้าน วันนี้เรามีเมนูเด็ดมาแนะนำให้ทุกคนลองทานกันครับ นั่นคือเมนู “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” นั่นเอง เครื่องแน่น รสชาติโดน ต้องลองทำทานเองสักครั้งแล้วครับ มาดูวิธีทำเมนู ‘เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ’กันเล้ยยย >< ><

    วัตถุดิบ
  • คนอร์ ซุปก้อนต้มยำ 1 ก้อน
  • ซอสเย็นตาโฟ 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • ผักกวางตุ้ง 2 ต้น
  • ลูกชิ้นกุ้ง 7 ลูก
  • ลูกชิ้นปลา 9 ลูก
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ก้อน
  • เห็ด (เห็ดเข็มทอง, เห็ดชิเมจิ, เห็ดออรินจิ) 50 กรัม
  • เนื้อสัตว์ทะเล (ปลาหมึก, หอยแมลงภู่, กุ้ง) 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง

  • วิธีทำ
  • ลวกเนื้อสัตว์ทะเล ตั้งน้ำให้เดือด นำเนื้อสัตว์ทะเลลงลวกจนสุก เมื่อลวกสุกแล้วตักขึ้น พักไว้
  • ทำน้ำซุป ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ คนอร์ ซุปก้อนต้มยำ และซอสเย็นตาโฟลงไป คนจนเข้ากันดี ตั้งไฟต่อจนเดือดอีกรอบ พักไว้
  • จัดหม้อไฟ นำลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผักกวางตุ้ง และเนื้อสัตว์ทะเลที่ลวกไว้ จัดใส่ลงในหม้อไฟ ราดน้ำซุป จุดหม้อไฟ พร้อมเสิร์ฟ
  • ใส่พริกซอย น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำพริกเผาคนให้เข้ากัน จนน้ำพริกเผาละลาย
  • ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงที่ซอยไว้ลงไปคนให้เข้ากัน
  • ใส่กุ้งนางที่ลวกไว้ตามลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ
  • ใส่ต้นหอม ผักชี และผักชีใบเลื่อย เคล้าให้เข้ากัน
  • ตักพล่ากุ้งลงในจานที่ต้องการจัดเสิร์ฟ เท่านี้เราก็ได้เมนูยำสุดแซ่บแล้วค่ะ

  • แค่นี้ก็ได้แล้วสำหรับเมนู “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” สีสันฉูดฉาด รสชาติจัดจ้าน ซี้ดซ้านโดนใจ อย่าลืมลองทำทานที่บ้านดูนะครับ

    วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

    กุ้งผัดบล็อคโคลี่ - เมนูดี มีประโยชน์


    ► กุ้งผัดบล็อคโคลี่ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติอร่อย กลมกล่อมโดนใจ กุ้งตัวโตๆ เนื้อนุ่มเต็มคำ ผัดกับบล็อคโคลี่กรุบกรอบ คุณค่าสารอาหารมากมาย มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมนูมากคุณประโยชน์แบบนี้ พลาดไม่ได้ที่จะทำทานเอง วันนี้มาลองเข้าครัวทำ ‘กุ้งผัดบล็อคโคลี่’ กัน ><

    ส่วนผสม : กุ้งผัดบล็อคโคลี่
  • บล็อคโคลี่ 300 กรัม
  • กุ้งสด 200 กรัม
  • แครอทหั่นแว่น ½ หัว
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา

  • วิธีการและขั้นตอนการทำ : กุ้งผัดบล็อคโคลี่
  • เลือกบล็อคโคลี่ที่สด สีเขียวไม่แก่ จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
  • จากนั้นนำบล็อคโคลี่ มาตัดเอาโคนแข็งทิ้งไป แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ จากนั้นปอกเปลือกแครอท ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นแว่นๆ เตรียมไว้
  • จากนั้นตั้งหม้อใส่น้ำลงไป ใช้ไฟแรง รอให้น้ำเดือดพล่าน จากนั้นใส่เกลือป่นลงไป จากนั้นนำบล็อคโคลี่หั่นชิ้น และแครอทหั่นแว่นใส่ลงไปลวก ใช้เวลาลวกประมาณ 2 นาทีพอสุก จากนั้นจึงตักแช่น้ำเย็นสักครู่ แล้วจึงตักสะเด็ดน้ำพักไว้
  • เลือกกุ้งสดที่สดใหม่ นำมาปอกเปลือกออก แล้วผ่าหลังดึงเส้นดำออก จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
  • จากนั้นตั้งกะทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง จากนั้นใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นจึงใส่กระเทียมสับลงไป ผัดคลุกเคล้าให้หอม จากนั้นจึงนำกุ้งสดใส่ลงไป ผัดคลุกเคล้าให้กุ้งพอสุก
  • จากนั้นจึงใส่บล็อคโคลี่ และแครอทลวกพอสุกลงไป ตามด้วยใส่เครื่องปรุงรสต่างๆ ลงไป ใส่น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว น้ำเปล่า พริกไทยป่น ลงไป
  • จากนั้นผัดคนคลุกเคล้า ให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จากนั้นปิดไฟยกลง จะได้กุ้งผัดบล็อคโคลี่หอมๆ พร้อมจัดเสิร์ฟ

  • เพียงเท่านี้ก็ได้ ‘กุ้งผัดบล็อคโคลี่’ แสนอร่อยให้คนที่รัก หรือคนในครอบครัวทานแล้ว อย่าลืมลองนำสูตรนี้ไปทำทานกันดูนะครับ

    วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

    ขนมจีบกุ้งต้ม - เมนูอร่อย ดีต่อสุขภาพ

    ขนมจีบกุ้งต้ม อีกหนึ่งเมนูแสนอร่อยที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน เหมาะสำหรับเป็นเมนูสุขภาพอีกหนึ่งเมนู คนที่เบื่อขนมจีบนึ่งแล้ว ต้องลองเปลี่ยนมาทานขนมจีบต้มดู อร่อยอย่าบอกใครเลย >< อีกทั้ง การทำทานเองที่บ้าน จะทำให้เราใส่เนื้อกุ้งได้แบบไม่ยั้ง!! กัดโดนกุ้งเต็มคำ เนื้อแน่น หอมเจียวไม่อั้นเพราะทำทานเอง ทานคู่กับน้ำจิ้มแล้ว อร่อยโดนใจแน่นอน พูดมาขนาดนี้แล้ว เรามาลองทำ “ขนมจีบกุ้งต้ม” กันเลยดีกว่า ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • กุ้งสด 25 ตัว
  • เนื้อหมูบด 2 ถ้วยตวง
  • เนื้อกุ้งสับหยาบ 3 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
  • แป้งมัน 5 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงาจีน 2 ช้อนโต๊ะ
  • แผ่นแป้งเกี๊ยว 25 แผ่น
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง

  • 🍴ส่วนผสมน้ำจิ้มซีฟู้ด🍳
  • พริกขี้หนูเขียว ½ ถ้วยตวงว
  • กระเทียมสด 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วยตวง
  • น้ำปลา ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมะนาว ½ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • น้ำสะอาด ½ ถ้วยตวง

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.นำส่วนผสม เนื้อหมูบด แป้งมัน ไข่ไก่ เกลือป่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายและ พริกไทยป่นลงในเครื่องบดผสม ปั่นจนเข้ากัน
  • 2.นำส่วนผสมที่ปั่นจนเข้ากันมาผสมกับเนื้อกุ้งสับหยาบ คนจนส่วนผสมเข้ากัน
  • 3.ขูดแผ่นแป้งเกี๊ยวเบาๆ เผื่อเอาแป้งนวลออก ตักส่วนผสมลงแผ่นแป้งเกี๊ยว ใส่กุ้งสดทั้งตัวลง บีบแผ่นแป้งเกี๊ยว ห่อปิดเป็นทรงตามชอบ
  • 4.ตั้งน้ำ รอให้เดือด นำขนมจีบกุ้งที่ปั้นไว้ลงไปต้ม ประมาณ 3-5 นาที จนขนมจีบสุก ตักขึ้นมา
  • 5.ราดด้วยน้ำมันงาจีน คลุกให้ทั่ว นำมาจัดเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดา

  • เพียงเท่านี้ก็ได้เมนู “ขนมจีบกุ้งต้ม” แสนอร่อยทานเองที่บ้านแล้ว เมนูอร่อย ดีต่อสุขภาพขนาดนี้ อย่าลืมทำให้คนที่บ้านหรือเพื่อนๆ ชาวหอทานกันดูนะครับ

    วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562

    ' น้ำ พ ริ ก อ่ อ ง ' เมนูอร่อย ต้องลองสักครั้ง


    ' น้ำพริกอ่อง ' นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับน้ำพริกหนุ่ม ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือมีสีส้มของสีมะเขือเทศและพริกแห้ง ที่เคี่ยวจนเป็นน้ำขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าเล็กน้อย มีสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เล็กน้อย และรสหวานตาม นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้ม วันนี้พัทธจะพาเข้าครัวทำ “น้ำพริกอ่อง” ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำกันเลยจ้า

    ส่วนผสม
  • พริกแกง 1-2 ขีด
  • หมูสับ 1 กิโลกรัม
  • เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศ 1 กิโลกรัม

  • วิธีทำ
  • เทน้ำมันมะกอก และนำพริกแกงลงไปผัดในกระทะจนละลายทั้งหมด และส่งกลิ่นหอมของพริกแกงออกมาก่อน
  • จากนั้นนำหมูสับลงไปผัดต่อ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อหมูกับพริกแกงนั้นผสมผสานจนได้ที่กำลังดี หรือจนกระทั่งเนื้อหมูสุก (ประมาณ 4-5 นาที)
  • หั่นมะเขือเทศที่เตรียมไว้เป็น 4 ส่วนต่อ 1 ลูก ตามจำนวนที่ต้องการ แล้วนำลงกระทะอีกครั้งรวมกับพริกแกงที่กำลังเดือด ผัดและคนให้เข้ากันจนมะเขือเทศคายน้ำออกมา (สังเกตุปริมาณน้ำในกระทะจะเพิ่มขึ้นจากน้ำของมะเขือเทศ) ประมาณ 2 นาที
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และเกลือ ลองชิมเพื่อเช็ครสชาติตามที่ต้องการ

  • นำน้ำพริกอ่องที่ได้จัดใส่ถ้วยขนาดพอเหมาะ นำเสิร์ฟคู่กับผักสด เช่น แตงกวา ผักกาด หรือผักอื่นๆ ตามใจชอบ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมอร่อยได้ทั้งครอบครัว

    วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

    "ต้มยำกุ้งน้ำข้น" อร่อย เข้มข้น ซดจนหยดสุดท้าย


    ต้มยำกุ้ง อาหารคู่บ้านคู่เมืองของไทยเรา เป็นเมนูที่ถูกยอมรับจากชาวต่างชาติว่า อร่อย เผ็ดซี๊ด จี๊ดโดนใจ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เวลารับประทานอาหาร ถ้ามีบนโต๊ะอาหารจะทำให้มื้อนั้นอร่อยลงตัวเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการทำบอกว่าเลยว่าไม่ยากเกินที่เราจะทำเองให้อร่อยเหมือนร้านอาหาร วันนี้พัทธจะพาเข้าครัวทำทำต้มยำกุ้งน้ำข้น ซึ่งเพิ่มความพิเศษมากกว่าต้มยำกุ้งปกติทั่วไป ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำ “ต้มยำกุ้งน้ำข้น” กันเลยจ้า

    ส่วนผสม
  • กุ้งตัวเล็ก ตามชอบ
  • ข่า หั่นซอย 1/2 หัว
  • ตะไคร้ หั่นซอย 1-2 ต้น
  • เห็ดฟาง 1 ถ้วยเล็ก
  • พริกขี้หนูสับ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกเผา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืด 1/2 ถ้วยเล็ก
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • ผักชีฝรั่ง 1 ต้น
  • ผักชี 1/2 ต้น
  • มะนาว 1/2 - 1 ลูก

  • วิธีทำ
  • ตั้งหม้อ ใส่น้ำรอให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และพริกลงไป จากนั้นใส่เห็ดฟางตามลงไปด้วย
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน ใส่กุ้งตามลงไป รอจนใกล้สุก
  • ใส่นมลงไป รอจนเดือดอีกครั้ง ฉีดใบมะกรูดใส่ลงไป รอจนใกล้สุก เคล็ดลับ : ใส่ใบมะกรูดทีหลังจะทำให้ต้มยำหอมมากขึ้น
  • ใส่ผักชีฝรั่งและผักชีลงไป ปิดเตา ตักใส่ถ้วย แล้วบีบมะนาวตามลงไป

  • ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่างลงตัว เข้มข้น เผ็ดซี๊ด กลมกล่อมในถ้วยเดียว ง่ายแบบนี้ ลองหาเวลาว่างเข้าครัวลองทำกันดูจ้า

    วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    "หลนปลาส้ม"


    เครื่องจิ้มจากทางภาคอีสาน ที่นำปลาส้ม ซึ่งเป็นเนื้อทำจากปลาสวาย ทอดจนสุกหอมต้มกับกะทิและสมุนไพรต่างๆ จนได้รสชาติกลมกล่อมแล้ว เสิร์ฟพร้อมกับผักสดชนิดต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวสุดๆ ค่ะ

    ส่วนผสม
  • ปลาส้มแกะเอาแต่เนื้อ 1 ถ้วยตวง
  • กะทิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าอ่อนซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ 20 เม็ด
  • หอมแดงซอยหยาบ 10 หัว
  • ผักชี 2 ช่อ
  • น้ำมันพืช
  • ผักสดตามใจชอบ


  • วิธีทำ
  • นำน้ำมันพืชใส่กระทะพอร้อน ใส่ปลาส้มลงทอดให้สุกหอม พักให้สะเด็ดน้ำมัน แกะเนื้อให้ได้ 1 ถ้วยตวง
  • ตั้งกะทิให้ร้อน ใส่ปลาส้มทอดคนให้เข้ากัน ใส่ตะไคร้ ข่า และน้ำปลา คนเร็วๆยกลงตักใส่ภาชนะ
  • ตกแต่งด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และผักชี จัดเสิร์ฟพร้อมผักสด
  • วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    “แกงคั่วหน่อไม้” เมนูอาหารไทยรสเข้มข้น


    “หน่อไม้” เป็นคำที่ใช้เรียกหน่ออ่อนของไผ่ที่รับประทานได้ ซึ่งแตกออกมาจากเหง้าใต้ดินค่ะ เป็นวัตถุดิบที่หาง่ายและราคาไม่แพงค่ะ ยิ่งนำมาทำแกงคั่วด้วยแล้ว ความหอมของเครื่องแกง ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ว่าแล้วก็หิวแล้วค่า มาเริ่มลงมือทำเมนู “แกงคั่วหน่อไม้” กันเลยจ้า



    ส่วนผสม
  • หน่อไม้สด 500 กรัม
  • เนื้อไก่ ตีนไก่ 500 กรัม
  • กะทิสด 500 กรัม
  • น้ำพริกแกงคั่ว 100 กรัม
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
  • ใบโหระพา 1 ช้อนโต๊ะ

  • วิธีทำ
  • ตั้งกระทะโดยใช้ไฟกลางค่ะ พอกระทะเริ่มร้อนใส่กะทิลงไปเคี่ยวให้แตกมัน ตามด้วยพริกแกง จากนั้นผัดให้เข้ากันจนหอมเลยค่ะ
  • เมื่อพริกแกงหอมแล้ว ให้เติมหางกะทิที่เหลือลงไปค่ะ รอจนเดือด


  • เมื่อกะทิเดือดได้ที่แล้ว ใส่ไก่ลงไปเลยค่ะ ดูจนเนื้อไก่สุกดี ใส่หางกะทิเติมลงไปอีกค่ะ
  • เมื่อเนื้อไก่สุกแล้ว ให้ใส่หน่อไม้ลงไป แล้วเคี่ยวจนหน่อไม้สุก


  • เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้ว ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ แล้วคนให้เข้ากัน
  • ตามด้วยใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าแดงคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วปิดไฟได้เลยค่ะ
  • นำโหระพาใส่หลังสุดเลยค่ะ คนให้เข้ากันเป็นอันเรียบร้อยจ้า


  • นำแกงคั่วหน่อไม้ตักใส่ชาม ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้า เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ รับรองไม่ผิดหวังค่า
  • วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    "ปลาส้มทอด"


    "ปลาส้มทอด" อาหารไทยที่กินกันมาตั้งแต่โบราณโน่นแล้ว จับเอาปลาส้มที่ได้มาจากนำปลาชนิดต่างๆ ไปหมักกับข้าว กระเทียม และเกลือจนเปรี้ยว จากนั้นก็นำมาทอดให้กรอบ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ได้รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ ยั่วน้ำลายได้ดีสุดๆ ไปเลย สำหรับใครที่อดใจไม่ไหว อยากจะลงมือทำปลาส้มทอดกันแล้ว มาดูวิธีทำกันเลย

    ส่วนผสม
  • ปลาตะเพียน (น้ำหนักประมาณ 400 กรัม) 2 ตัว
  • กระเทียมไทยกลีบเล็กโขลกหยาบ 150 กรัม
  • ข้าวหอมมะลิหุงสุก 200 กรัม
  • เกลือป่นหยาบ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • หอมแดงเจียวสำหรับโรย 1 ถ้วยตวง
  • พริกขี้หนูแห้งทอดสำหรับโรย
  • มะนาวผ่าซีก
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

  • วิธีทำ
  • ขอดเกล็ดปลาตะเพียน ผ่าท้องควักไส้ดึงเหงือกปลาออกให้หมด
  • ผสมกระเทียม ข้าวหอมมะลิ และเกลือป่น เคล้าพอเข้ากัน จากนั้นนำปลาลงคลุกเคล้านวดเบา ๆ จนทั่วและเข้ากันดี แล้วยัดข้าวใส่ในท้องปลาจนเต็ม
  • ใส่ปลาลงในภาชนะปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 5 วันหรือจนปลามีกลิ่นเปรี้ยว
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำปลาส้มที่หมักจนได้ที่คลุกกับแป้งข้าวเจ้าพอทั่ว ใส่ลงทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  • จัดปลาส้มทอดใส่จาน โรยหอมแดงเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด วางเคียงด้วยมะนาว จัดเสิร์ฟ
  • วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    “ผัดเผ็ดปลาดุก”


    วันนี้ขอนำเสนอเมนู “ผัดเผ็ดปลาดุก” ค่ะ พอดีได้ปลาดุกมา ตัวกำลังดีเลยจ๊ะ นึกเมนูอยู่นานไม่รู้จะทำอะไรทาน แต่ด้วยความอยากทานอะไรที่รสชาติจัดจ้าน เลยออกมาเป็นเมนูผัดเผ็ดค่ะ ชอบความหอมของสมุนไพรไทย ที่ทำเมนูไหนก็ทานได้ไม่เบื่อเลยค่ะ เพื่อนๆ ตามมาดูวัตถุดิบกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรกันบ้าง

    ส่วนผสม
  • ปลาดุก 500 กรัม
  • พริกแดงจินดา 10 เม็ด
  • พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด
  • กระเทียม 7 กลีบ
  • ใบมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยอ่อน 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่าต้มสุก ½ ถ้วยตวง
  • ใบกะเพรา ตามต้องการ

  • วิธีทำ
  • นำพริกแดงจินดาและกระเทียมโขลกให้เข้ากัน ไม่ต้องละเอียดมากค่ะ พอหยาบ ๆ พอค่ะ เสร็จแล้วพักไว้ค่ะ
  • ตั้งกระทะไฟกลาง พอกระทะร้อนใส่น้ำมันลงไปค่ะ ตามด้วยพริกแดงจินดา และกระเทียมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะ แล้วผัดให้หอมเลยค่ะ
  • หลังจากนั้นใส่ปลาดุกที่เตรียมไว้ลงไปค่ะ ระหว่างนี้เติมน้ำเปล่าต้มสุกลงไปค่ะ เพื่อให้ปลาดุกสุกอย่างทั่วถึงกัน
  • หาฝาปิดกระทะ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าเนื้อปลาจะสุกค่ะ เมื่อเนื้อปลาสุกได้ที่แล้วใส่พริกไทยอ่อน กระชายซอย และใบมะกรูด ลงไปผัดให้เข้ากันเลยค่ะ
  • ปิดไฟได้เลยค่ะหลังจากนั้นผัดต่ออีกนิด เพื่อให้ใบกะเพราสลด ก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่า ชิมรสตามชอบ
  • นำผัดเผ็ดปลาดุกตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดง แค่นี้ก็จัดเสิร์ฟได้เลยจ้า