วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย



เป็นเมนูแสนอร่อยอีกหนึ่งเมนู สำหรับ “ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย” รสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย กรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมพริกไทยมาก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง หรือข้าวสวยร้อนๆ หอมอร่อยเข้ากัน มาดูวิธีทำกันครับ

🍴ส่วนผสม : สำหรับ 2 ท่าน🍳
  • ซี่โครงหมู 1 กิโลกรัม
  • กระเทียม 50 กรัม
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 2 ราก
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรสหมู 2 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด 1 ลิตร

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.เลือกซี่โครงหมู นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้
  • 2.เตรียมเครื่องปรุงรสต่างๆ ทำซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย ได้แก่ กระเทียม รากผักชี พริกไทยดำป่น ผงปรุงรสหมู น้ำตาลทราย น้ำมันหอย และซีอิ้วขาว
  • 3.โขลกกระเทียม และรากผักชี เข้ากันให้ละเอียด
  • 4.คลุกเคล้าซี่โครงหมู กระเทียมกับรากผักชีโขลก เข้ากับเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ จากนั้นหมักทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง
  • 5.กระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน นำซี่โครงหมูหมักที่เตรียม ใส่ลงไปทอด
  • 6.ทอดซี่โครงหมูให้สุกหอม สีเหลืองสวยงาม วางลงบนกระดาษซับมัน เพื่อซับน้ำมันออก

  • “ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย” รสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย กรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมพริกไทยมาก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง หรือข้าวสวยร้อนๆ หอมอร่อยเข้ากัน อย่าลืมลองทำทานกันดูนะครับ

    วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

    ยำไข่ดาวหมูยอ



    คำพูดที่ว่า “2562 พ.ศ. แห่งยำ” ไม่ได้มาเล่นๆ จริงๆ ครับ ทุกวันนี้ร้านยำเปิดเยอะมาก ผุดเหมือนดอกเห็ดกันเลยทีเดียว มีอยู่ทุกหนแห่ง บางร้านรสชาติทั่วๆ ไป คนไม่นิยม ยอดขายไม่ดี ทำให้ต้องปิดร้านไป ส่วนบางร้านรสชาติโดนใจ ทำอร่อย ลูกค้าแน่นร้าน เติบโตยอดขายทะลุทะลวง เหตุผลนี้เองทำให้ราคายำในปัจจุบันสูงมาก บางร้านราคาแพงจนต้องถอย สู้ราคาไม่ไหวกันเลยทีเดียว วันนี้จึงมาแนะนำสูตรยำให้ทุกคนได้ลองทำทานกัน อาจจะอร่อยไม่สู้ร้านดัง แต่มั่นใจว่าโดนใจแน่นอน เมนูยำวันนี้คือ “ยำไข่ดาวหมูยอ” ครับ ไข่ดาวสุกพอดี เข้ากับหมูยอมาก มาลองทำกัน ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • หมูยออุบล 2 แท่ง
  • พริกขี้หนู 10 เม็ด
  • กระเทียม 2-3 กลีบ
  • ต้นขึ้นช่าย 1 ต้น
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • น้ำตาลทราย 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • นั้ามันพืช 1 ถ้วย
  • มะนาว 2 ผล

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.เตรียมวัตถุดิบ หั่นหมูยอและผัก
  • 2.ทอดไข่ดาว ในน้ำมันรำข้าวให้สุกทีละด้าน
  • 3.ทอดไข่ดาวเสร็จแล้วเอาหมูยอลงทอดต่อ โดยไม่ต้องใส่น้ำมันเพิ่ม
  • 4.ปรุงน้ำยำ - ตำพริก กระเทียม น้ำปลา มะนาว น้ำต้มสุกประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใครชอบหวานสามารถใส่น้ำตาลเพิ่มได้ตามใจชอบได้ จากนั้นใส่หอมหัวใหญ่ หมูยอ ขึ้นช่ายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน (เคล็ดลับ: อาจจะใช้น้ำกระเทียมดองแทนกลีบกระเทียมก็ได้นะคะ โดยการใช้น้ำกระเทียมดองประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)
  • 5.หั่นไข่ดาว นำยำหมูยอลงไปราด แค่นี้ก็พร้อมเสริฟแล้วครับ (เคล็ดลับ: เราไม่เอาไข่ดาวลงไปยำพร้อมหมูยอ เพราะว่าเดี๋ยวพาดาวจะไม่กรอบ)

  • ลองดูนะครับสำหรับใครที่อยากทำยำทานเอง อร่อยโดนใจแน่นอนครับ

    วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

    “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” เมนูรสแซ่บ เครื่องแน่นจุใจ


    ► ใครที่กำลังมองหาเมนูแซ่บๆ รสชาติโดนๆ แต่ไม่อยากเสียตังค์ไปทานที่ร้าน วันนี้เรามีเมนูเด็ดมาแนะนำให้ทุกคนลองทานกันครับ นั่นคือเมนู “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” นั่นเอง เครื่องแน่น รสชาติโดน ต้องลองทำทานเองสักครั้งแล้วครับ มาดูวิธีทำเมนู ‘เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ’กันเล้ยยย >< ><

    วัตถุดิบ
  • คนอร์ ซุปก้อนต้มยำ 1 ก้อน
  • ซอสเย็นตาโฟ 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • ผักกวางตุ้ง 2 ต้น
  • ลูกชิ้นกุ้ง 7 ลูก
  • ลูกชิ้นปลา 9 ลูก
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ก้อน
  • เห็ด (เห็ดเข็มทอง, เห็ดชิเมจิ, เห็ดออรินจิ) 50 กรัม
  • เนื้อสัตว์ทะเล (ปลาหมึก, หอยแมลงภู่, กุ้ง) 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง

  • วิธีทำ
  • ลวกเนื้อสัตว์ทะเล ตั้งน้ำให้เดือด นำเนื้อสัตว์ทะเลลงลวกจนสุก เมื่อลวกสุกแล้วตักขึ้น พักไว้
  • ทำน้ำซุป ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ คนอร์ ซุปก้อนต้มยำ และซอสเย็นตาโฟลงไป คนจนเข้ากันดี ตั้งไฟต่อจนเดือดอีกรอบ พักไว้
  • จัดหม้อไฟ นำลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผักกวางตุ้ง และเนื้อสัตว์ทะเลที่ลวกไว้ จัดใส่ลงในหม้อไฟ ราดน้ำซุป จุดหม้อไฟ พร้อมเสิร์ฟ
  • ใส่พริกซอย น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำพริกเผาคนให้เข้ากัน จนน้ำพริกเผาละลาย
  • ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงที่ซอยไว้ลงไปคนให้เข้ากัน
  • ใส่กุ้งนางที่ลวกไว้ตามลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ
  • ใส่ต้นหอม ผักชี และผักชีใบเลื่อย เคล้าให้เข้ากัน
  • ตักพล่ากุ้งลงในจานที่ต้องการจัดเสิร์ฟ เท่านี้เราก็ได้เมนูยำสุดแซ่บแล้วค่ะ

  • แค่นี้ก็ได้แล้วสำหรับเมนู “เย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ” สีสันฉูดฉาด รสชาติจัดจ้าน ซี้ดซ้านโดนใจ อย่าลืมลองทำทานที่บ้านดูนะครับ

    วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

    กุ้งผัดบล็อคโคลี่ - เมนูดี มีประโยชน์


    ► กุ้งผัดบล็อคโคลี่ เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติอร่อย กลมกล่อมโดนใจ กุ้งตัวโตๆ เนื้อนุ่มเต็มคำ ผัดกับบล็อคโคลี่กรุบกรอบ คุณค่าสารอาหารมากมาย มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมนูมากคุณประโยชน์แบบนี้ พลาดไม่ได้ที่จะทำทานเอง วันนี้มาลองเข้าครัวทำ ‘กุ้งผัดบล็อคโคลี่’ กัน ><

    ส่วนผสม : กุ้งผัดบล็อคโคลี่
  • บล็อคโคลี่ 300 กรัม
  • กุ้งสด 200 กรัม
  • แครอทหั่นแว่น ½ หัว
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา

  • วิธีการและขั้นตอนการทำ : กุ้งผัดบล็อคโคลี่
  • เลือกบล็อคโคลี่ที่สด สีเขียวไม่แก่ จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
  • จากนั้นนำบล็อคโคลี่ มาตัดเอาโคนแข็งทิ้งไป แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ จากนั้นปอกเปลือกแครอท ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นแว่นๆ เตรียมไว้
  • จากนั้นตั้งหม้อใส่น้ำลงไป ใช้ไฟแรง รอให้น้ำเดือดพล่าน จากนั้นใส่เกลือป่นลงไป จากนั้นนำบล็อคโคลี่หั่นชิ้น และแครอทหั่นแว่นใส่ลงไปลวก ใช้เวลาลวกประมาณ 2 นาทีพอสุก จากนั้นจึงตักแช่น้ำเย็นสักครู่ แล้วจึงตักสะเด็ดน้ำพักไว้
  • เลือกกุ้งสดที่สดใหม่ นำมาปอกเปลือกออก แล้วผ่าหลังดึงเส้นดำออก จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
  • จากนั้นตั้งกะทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง จากนั้นใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นจึงใส่กระเทียมสับลงไป ผัดคลุกเคล้าให้หอม จากนั้นจึงนำกุ้งสดใส่ลงไป ผัดคลุกเคล้าให้กุ้งพอสุก
  • จากนั้นจึงใส่บล็อคโคลี่ และแครอทลวกพอสุกลงไป ตามด้วยใส่เครื่องปรุงรสต่างๆ ลงไป ใส่น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว น้ำเปล่า พริกไทยป่น ลงไป
  • จากนั้นผัดคนคลุกเคล้า ให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จากนั้นปิดไฟยกลง จะได้กุ้งผัดบล็อคโคลี่หอมๆ พร้อมจัดเสิร์ฟ

  • เพียงเท่านี้ก็ได้ ‘กุ้งผัดบล็อคโคลี่’ แสนอร่อยให้คนที่รัก หรือคนในครอบครัวทานแล้ว อย่าลืมลองนำสูตรนี้ไปทำทานกันดูนะครับ

    วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

    ขนมจีบกุ้งต้ม - เมนูอร่อย ดีต่อสุขภาพ

    ขนมจีบกุ้งต้ม อีกหนึ่งเมนูแสนอร่อยที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน เหมาะสำหรับเป็นเมนูสุขภาพอีกหนึ่งเมนู คนที่เบื่อขนมจีบนึ่งแล้ว ต้องลองเปลี่ยนมาทานขนมจีบต้มดู อร่อยอย่าบอกใครเลย >< อีกทั้ง การทำทานเองที่บ้าน จะทำให้เราใส่เนื้อกุ้งได้แบบไม่ยั้ง!! กัดโดนกุ้งเต็มคำ เนื้อแน่น หอมเจียวไม่อั้นเพราะทำทานเอง ทานคู่กับน้ำจิ้มแล้ว อร่อยโดนใจแน่นอน พูดมาขนาดนี้แล้ว เรามาลองทำ “ขนมจีบกุ้งต้ม” กันเลยดีกว่า ><

    🍴ส่วนผสม🍳
  • กุ้งสด 25 ตัว
  • เนื้อหมูบด 2 ถ้วยตวง
  • เนื้อกุ้งสับหยาบ 3 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
  • แป้งมัน 5 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงาจีน 2 ช้อนโต๊ะ
  • แผ่นแป้งเกี๊ยว 25 แผ่น
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง

  • 🍴ส่วนผสมน้ำจิ้มซีฟู้ด🍳
  • พริกขี้หนูเขียว ½ ถ้วยตวงว
  • กระเทียมสด 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วยตวง
  • น้ำปลา ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมะนาว ½ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • น้ำสะอาด ½ ถ้วยตวง

  • 🍴วิธีทำ🍳
  • 1.นำส่วนผสม เนื้อหมูบด แป้งมัน ไข่ไก่ เกลือป่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายและ พริกไทยป่นลงในเครื่องบดผสม ปั่นจนเข้ากัน
  • 2.นำส่วนผสมที่ปั่นจนเข้ากันมาผสมกับเนื้อกุ้งสับหยาบ คนจนส่วนผสมเข้ากัน
  • 3.ขูดแผ่นแป้งเกี๊ยวเบาๆ เผื่อเอาแป้งนวลออก ตักส่วนผสมลงแผ่นแป้งเกี๊ยว ใส่กุ้งสดทั้งตัวลง บีบแผ่นแป้งเกี๊ยว ห่อปิดเป็นทรงตามชอบ
  • 4.ตั้งน้ำ รอให้เดือด นำขนมจีบกุ้งที่ปั้นไว้ลงไปต้ม ประมาณ 3-5 นาที จนขนมจีบสุก ตักขึ้นมา
  • 5.ราดด้วยน้ำมันงาจีน คลุกให้ทั่ว นำมาจัดเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดา

  • เพียงเท่านี้ก็ได้เมนู “ขนมจีบกุ้งต้ม” แสนอร่อยทานเองที่บ้านแล้ว เมนูอร่อย ดีต่อสุขภาพขนาดนี้ อย่าลืมทำให้คนที่บ้านหรือเพื่อนๆ ชาวหอทานกันดูนะครับ

    วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562

    ' น้ำ พ ริ ก อ่ อ ง ' เมนูอร่อย ต้องลองสักครั้ง


    ' น้ำพริกอ่อง ' นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับน้ำพริกหนุ่ม ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือมีสีส้มของสีมะเขือเทศและพริกแห้ง ที่เคี่ยวจนเป็นน้ำขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าเล็กน้อย มีสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เล็กน้อย และรสหวานตาม นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้ม วันนี้พัทธจะพาเข้าครัวทำ “น้ำพริกอ่อง” ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำกันเลยจ้า

    ส่วนผสม
  • พริกแกง 1-2 ขีด
  • หมูสับ 1 กิโลกรัม
  • เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศ 1 กิโลกรัม

  • วิธีทำ
  • เทน้ำมันมะกอก และนำพริกแกงลงไปผัดในกระทะจนละลายทั้งหมด และส่งกลิ่นหอมของพริกแกงออกมาก่อน
  • จากนั้นนำหมูสับลงไปผัดต่อ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อหมูกับพริกแกงนั้นผสมผสานจนได้ที่กำลังดี หรือจนกระทั่งเนื้อหมูสุก (ประมาณ 4-5 นาที)
  • หั่นมะเขือเทศที่เตรียมไว้เป็น 4 ส่วนต่อ 1 ลูก ตามจำนวนที่ต้องการ แล้วนำลงกระทะอีกครั้งรวมกับพริกแกงที่กำลังเดือด ผัดและคนให้เข้ากันจนมะเขือเทศคายน้ำออกมา (สังเกตุปริมาณน้ำในกระทะจะเพิ่มขึ้นจากน้ำของมะเขือเทศ) ประมาณ 2 นาที
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และเกลือ ลองชิมเพื่อเช็ครสชาติตามที่ต้องการ

  • นำน้ำพริกอ่องที่ได้จัดใส่ถ้วยขนาดพอเหมาะ นำเสิร์ฟคู่กับผักสด เช่น แตงกวา ผักกาด หรือผักอื่นๆ ตามใจชอบ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมอร่อยได้ทั้งครอบครัว

    วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

    "ต้มยำกุ้งน้ำข้น" อร่อย เข้มข้น ซดจนหยดสุดท้าย


    ต้มยำกุ้ง อาหารคู่บ้านคู่เมืองของไทยเรา เป็นเมนูที่ถูกยอมรับจากชาวต่างชาติว่า อร่อย เผ็ดซี๊ด จี๊ดโดนใจ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เวลารับประทานอาหาร ถ้ามีบนโต๊ะอาหารจะทำให้มื้อนั้นอร่อยลงตัวเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการทำบอกว่าเลยว่าไม่ยากเกินที่เราจะทำเองให้อร่อยเหมือนร้านอาหาร วันนี้พัทธจะพาเข้าครัวทำทำต้มยำกุ้งน้ำข้น ซึ่งเพิ่มความพิเศษมากกว่าต้มยำกุ้งปกติทั่วไป ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มทำ “ต้มยำกุ้งน้ำข้น” กันเลยจ้า

    ส่วนผสม
  • กุ้งตัวเล็ก ตามชอบ
  • ข่า หั่นซอย 1/2 หัว
  • ตะไคร้ หั่นซอย 1-2 ต้น
  • เห็ดฟาง 1 ถ้วยเล็ก
  • พริกขี้หนูสับ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกเผา 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืด 1/2 ถ้วยเล็ก
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • ผักชีฝรั่ง 1 ต้น
  • ผักชี 1/2 ต้น
  • มะนาว 1/2 - 1 ลูก

  • วิธีทำ
  • ตั้งหม้อ ใส่น้ำรอให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และพริกลงไป จากนั้นใส่เห็ดฟางตามลงไปด้วย
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน ใส่กุ้งตามลงไป รอจนใกล้สุก
  • ใส่นมลงไป รอจนเดือดอีกครั้ง ฉีดใบมะกรูดใส่ลงไป รอจนใกล้สุก เคล็ดลับ : ใส่ใบมะกรูดทีหลังจะทำให้ต้มยำหอมมากขึ้น
  • ใส่ผักชีฝรั่งและผักชีลงไป ปิดเตา ตักใส่ถ้วย แล้วบีบมะนาวตามลงไป

  • ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่างลงตัว เข้มข้น เผ็ดซี๊ด กลมกล่อมในถ้วยเดียว ง่ายแบบนี้ ลองหาเวลาว่างเข้าครัวลองทำกันดูจ้า